365 Days After…

นิทรรศการ 365 Days After…

จาก วิน หม่อ อู...จาก มยะ แตว้ะ แตว้ะ ข่ายง์ สู่ ...... 
 
“หากไม่สู้ ย่อมไม่มีวันชนะ” 
คือ เสียงกู่ร้องกึกก้อง 
จากมวลชนที่ไหลหลั่งมา 
 
ในบ้านซึ่งขังเสือร้าย จะยังเจรจากันได้หรือไร 
แม้นนึกเวทนาเสือ  ยังหวังให้โคสำราญได้หรือไร 
ขึ้นชื่อว่าการเมือง ย่อมประเมินค่าต่ำมิได้ 
 
จะเลือกการเมืองที่คล้ายดังตอไม้ปิดทอง 
หรือจะขุดรากถอนโคน แล้วเพียรปลูกต้นใหม่ 
เช่นนี้ ที่สดับยินเสียงมวลชน 
 
พวกมึงพยายามจะฝังกลบพวกเรา, 
หากแต่เรา คือเหล่าเมล็ดพันธุ์  พวกมึงหารู้ไม่ ! 
จงจำภาษิต1นี้ไว้ ! 
 
 
แม้กล้าไม้มิเคยงอกจากด้ามพร้า 
แต่เพื่อหักร้างถางพงเถื่อน มีดพร้านั้นยังจำเป็น 
เทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ดุจ มีดพร้าหนึ่งเล่ม 
พวกเขา - เหล่าผู้ถือปืนราวสี่แสน 
ส่วนพวกเรา ผู้ถือสมาร์ทโฟน, 
“สมาร์ตเยาวชน” เรือนหมื่น 
 
 
จาก วิน หม่อ อู2 ...จาก มยะ แตว้ะ แตว้ะ ข่ายง์3... 
เหล่าดวงวิญญาณนักสู้  
เมื่อยังมิอาจขุดรากถอนโคนเผด็จการทหาร 
จึงยังมิอาจอุทิศส่วนกุศลให้ได้ 
 

เพื่อการต่อสู้  
อันพรักพร้อมด้วยสติปัญญาและหัวใจ 
และเพื่อศิลปะอันโชติช่วง 
เพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเอย 
จงลุกขึ้นยืนหยัดเถิด... 
 
โดย แข้ะก์ ตี่ 
๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ 
ตีพิมพ์ใน โมมะข้ะ  ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ 
แปลโดย ขวัญข้าว

หลังจาก 365 วันที่ผ่านพ้น…

มีเสียงจากคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามบอกเล่าเรื่องราวแห่งการต่อสู้ของเพื่อนร่วมแผ่นดิน เพื่อนร่วมชาติ และเพื่อนร่วมความหวัง ผ่านผลงานศิลปะที่ถูกจัดแสดงอยู่ ณ ห้อง 104 ชั้น 1 และบริเวณผนังโค้ง ชั้น 3 ในหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ระหว่างวันที่ 1-27 กุมภาพันธ์ 2565

เสียงที่เราอาจเลือกผ่านเลยก็ได้ เสียงที่เราอาจเลือกไม่แวะฟังก็ไม่ผิด

แต่เรื่องราวของพวกเขา ควรค่าแก่การรับฟัง

จุดสามจุด ในชื่อนิทรรศการ คือความตั้งใจของคุณวิชัย จันทวาโร ภัณฑารักษ์และผู้คัดเลือกผลงานศิลปะในนิทรรศการ5  ชวนให้นึกถึงจุดอีกสามจุด ในชื่อบทกวีของ แข้ะก์ ตี่ กวีชาวพม่าที่บันทึกการจากไปของดวงดาวนักต่อสู้ดวงแล้วดวงเล่าเมื่อ 365 วันก่อน…

… เพราะไม่อยากจะนึกถึง และไม่อาจปรารถนาให้เกิดขึ้นมา แต่ก็ไม่อาจไม่พูดถึงได้

“หากไม่สู้ ย่อมไม่มีวันชนะ” 

คือ เสียงประกาศหนักแน่น ผ่าน 365 Days After… นิทรรศการภาพวาดและภาพถ่ายจากศิลปินชาวเมียนมาและชาวไทย ที่จัดโดยมูลนิธิเสมสิกขาลัย ในวาระครบรอบ 1 ปีการทำรัฐประหารในประเทศเมียนมา

365 วัน หลังจากความแล้งไร้ซึ่งเสรีภาพ  365 After… จึงไม่ได้บอกเล่าเพียงเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ยังประจุอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่เผชิญหน้ากับสถานการณ์และได้รับผลกระทบโดยตรง

365 วัน ที่ใครอื่นอาจจะค่อยๆลืมเลือน หรือข่าวคราวเงียบหาย  แต่ในช่วง 365 วันที่ผ่านมา ยังมีผู้คนที่หลบหนี ต่อสู้ และเฝ้ารักษาความหวังอยู่เงียบๆ

“พวกมึงพยายามจะฝังกลบพวกเรา, 

หากแต่เรา คือเหล่าเมล็ดพันธุ์  พวกมึงหารู้ไม่ !”

หากคุณบังเอิญมีเวลาเดินผ่านไปฟังเรื่องราวของเพื่อนศิลปินชาวเมียนมาในนิทรรศการ 365 Days After… แล้ว ยังมีอารมณ์หลายหลากตกค้าง คนข้ามแดน อยากจะขอเวลาคุณอีกสัก 10-20 นาที เพื่อตกตะกอนทบทวนความรู้สึกนึกคิดจากการชมนิทรรศการ 365 Days After… และเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนบ้านชาวเมียนมาของเรา ด้วยการเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น 4 บริเวณผนังโค้ง เพื่อไล่ลำดับเวลาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมานับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 จนปัจจุบัน

นิทรรศการ “ศิลปะต่อต้าน : 1 ปีแห่งการต่อสู้กับรัฐประหารเมียนมา”

บริเวณผนังโค้งชั้น 4 มูลนิธิ SEA Junction ร่วมกับ Asia Justice and Rights และ Raise Three Fingers (Myanmar) ได้จัดแสดงนิทรรศการ “ศิลปะต่อต้าน : 1 ปีแห่งการต่อสู้กับรัฐประหารเมียนมา” (Defiant Art : A Year of Resistance to The Myanmar Coup in Images” ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะจากฐานข้อมูล Art for Freedom และจากโซเชียลมีเดีย มาจัดแสดงเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงให้เห็นความสำคัญของศิลปะในการสร้างความตระหนักรู้ ระหว่างวันที่ 18 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565

นิทรรศการไม่เพียงแต่สื่อสารเรื่องราวประวัติศาสตร์การเมืองเมียนมาร่วมสมัยให้เข้าใจได้ง่าย แต่ยังทำให้เห็นความเคลื่อนไหวที่มีพลังของชาวเมียนมาที่ยังคงต่อสู้เพื่ออนาคตของประเทศชาติ และเพื่อผู้คนของตนอย่างเข้มข้น

            นอกเหนือจากตัวนิทรรศการแล้ว ผู้เข้าชมยังสามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของ SEA Junction ที่พร้อมให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนอย่างกระตือรือร้น และยังมีกิจกรรมงานเสวนาฯ และจัดฉายภาพยนตร์เมียนมาใน เทศกาลภาพยนตร์ The Burma Spring Benefit Film Festival Online ที่กำลังจัดฉายภาพยนตร์ผ่านเวปไซต์ www.shorturl.at/czNRZ จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้เช่นกัน

 เสาร์-อาทิตย์นี้ หากคุณยังมีเวลาว่าง และยังไม่รู้จะไปไหนดี… อาจจะลองแวะไปเยี่ยมชมนิทรรศการ รับฟังเรื่องราวจากเมล็ดพันธุ์ผู้กล้าหาญจากลุ่มน้ำอิรวดีเหล่านี้ได้นะคะ

“เพื่อการต่อสู้

อันพรักพร้อมด้วยสติปัญญาและหัวใจ

และเพื่อศิลปะอันโชติช่วง

เพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเอย

จงลุกขึ้นยืนหยัดเถิด…”

เรื่องและภาพ โดย TTZK

ร่วมข้ามเมืองไปชมนิทรรศการกับ มะ ซันดะ กู

ข้อมูลเพิ่มเติม
1) เสมสิกขาลัย – https://semasia.org/category/information/
2) SEA Junction – https://www.facebook.com/SEA-Junction-470374673153248
3) เทศกาลภาพยนตร์ The Burma Spring Benefit Film Festival Online https://www.facebook.com/BSBFF2022
4) สถาพร ศรีสัจจัง และคณะ. (2564). มิใช่การต่อสู้ครั้งสุดท้าย ||| จากเจ้าพระยาถึงสาละวิน. กรุงเทพฯ : ผจญภัย.


1 ภาษิตพม่าว่า မျိုးစေ့မမှန် ပင်မသန် [หากเมล็ดพันธุ์ผิดเพี้ยนไป ต้นย่อมไม่สมบูรณ์] – ผู้แปล 
2 มะ วิน หม่อ อู เป็นนักเรียนอายุ ๑๖ ปีที่เข้าร่วมการชุมนุมประท้วง ในเหตุการณ์การประท้วงการยึดอำนาจของกองทัพพม่า (เหตุการณ์การชุมนุมประท้วง 8888) ในปี 1988 ณ เมืองย่างกุ้ง  และเป็นหนึ่งในเยาวชนจำนวนสามคนที่ถูกยิงสังหารโดยทหารพม่า  – ผู้แปล 
3 มะ มยะ แตว้ะ แตว้ะ ข่ายง์ เป็นประชาชนและเยาวชนเมียนมาคนแรก ที่ถูกพลซุ่มยิงยิงสังหารที่ศีรษะ ในระหว่างการชุมนุมประท้วงการยึดอำนาจของรัฐบาลทหารพม่า ณ เมือง เนปยีดอว์ ในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ – ผู้แปล 
4 https://prachatai.com/journal/2022/02/97182

Leave a Comment

Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial