บันทึกการเดินทางข้ามแดนของชายรักชาย ณ ริมชายโขง ในยามเงินยาก

เรื่องโดย โกวินเต

สู่ความเวิ้งว้างของประเทศลาวยุคหลังโควิด

หลังจากเปิดประเทศได้ไม่นาน คนไทยต่างกะตือรือร้นที่จะปลดปล่อยอารมณ์อันอัดอั้นจากการที่ต้องเว้นวรรคการท่องเที่ยวไปร่วมสองปีนับตั้งแต่โควิดระบาดในปี 2563 คนส่วนใหญ่เลือกเดินทางไปยังประเทศไกลแสนไกลไปแสวงหาความศิวิไลซ์ที่ดูจะตกต่ำลงเรื่อย ๆ ในประเทศนี้

“ลาว” ที่ผ่านมาดูจะไม่ค่อยเป็นหมุดหมายของนักเดินทางที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย ชอบอะไรที่เจริญตาเจริญใจนัก แต่คราวนี้กลับกลายเป็นจุดหมายอันน่าตื่นใจ ด้วยความทันสมัยที่ไทยเรายังต้องคลานตาม … รถไฟความเร็วสูง!

จากที่คิดไว้ว่าแผนการแรกของเรา คือการไปเยี่ยมเยียนดินแดนประวัติศาสตร์เก่าแก่ ณ เกือบปลายสุดของเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่บ่อเต็น ต่อรถไปอีกราวร้อยกิโลเมตรจะถึงเมืองสิง รัฐเจ้าฟ้าที่เคยรุ่งเรืองยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งทางตอนเหนือของลาว แต่ด้วยคำเตือนของมิตรสหายชาวไทยผู้ตกค้างอย่างจำใจอยู่ในลาวช่วงโรคระบาดกว่าสองปี ให้เราระวังไว้ก่อนว่า “…มึงอย่าไป… น้ำมันแพงหาเติมยาก ยิ่งเมืองกันดาร มึงอดไปแน่ ไม่มีรถ ยิ่งไม่มีนักท่องเที่ยวยิ่งไม่มีรถ…” หรือ “…มึงเงินเฟ้อฉิบหาย ของโคตรแพงขึ้นราคาทุกอย่าง แต่เบียร์ยังถูกนะมึง…” ประโยคสุดท้ายชวนให้คิดถึงคำของมิตรสหายชาวลาวอีกคนหนึ่งว่า “…เขาตั้งใจขายเบียร์ถูก ๆ ให้เรา เราจะได้ไม่มีเวลาเขาไปสนใจการบริหารของเขา เพราะเรามัวแต่เมา…” มันก็สะท้อนอะไรได้หลายอย่างเหมือนกัน

จนท้ายที่สุด ต้นมิถุนายนเราเลือกเดินทางไปลาวตอนกลาง จุดหมายคือเมืองคำม่วนและเมืองสะหวันนะเขต โดยข้ามสะพานมิตรภาพที่ตอนนี้แทบจะหามิตรภาพลำบาก เนื่องจากรถโดยสารระหว่างประเทศที่ยังเปิดให้บริการมีเพียงเส้นเดียว คือ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต แว่วมาตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างของคนหาเช้ากินค่ำที่ต้องใช้การสบถนินทาเป็นการต่อต้านความมืดมนสิ้นหวังของบ้านเมืองว่า

“ถ้าข้างบนเขายังไม่ลงตัวใครจะได้เท่าไหร่ รถก็ยังวิ่งไม่ได้”

และจริงดังว่า… นับตั้งแต่ก้าวเข้า ตม. เราก็เจอกับความวุ่นวายของระบบตามใจฉันเหมือนกับสมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อน ใครจะเรียกยังไงก็ต้องให้ตามนั้นจะได้ไม่ถูกกักหรือถูกกลับให้เสียเวลาหรือเสียเที่ยว ระหว่างการเดินทาง เราเห็นชีวิตคนมากมายที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก รถจอดหนาตายาวเหยียดล้นออกไปนอกปั๊มเพื่อเติมน้ำมัน ด้วยราคาน้ำมันสุดจะแพงที่ 20,800 กีบ/ลิตร (ราว 50 บาท) ทั้งนี้น้ำมันแพงและหายากยังพอมีทางเลือกที่จะเดินเหินด้วยทางอื่นได้ แต่ยามเงินเช่นนี้ใครเล่าจะหนีได้พ้น เท่าที่ได้ยินคุ้นๆ มาว่าก่อนหน้านี้สิบพันกีบ (หมื่นกีบ) ได้ 40 บาท แต่ด้วยภาวะเงินเฟ้อที่สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก ณ ตอนนี้ฉุดให้ค่าเงินของลาวหมื่นกีบเหลือ 25 บาท  นับว่าเป็นภาวะวิกฤติข้าวยากหมากแพงของลาวจริง ๆ หลายคนอาจจะได้ฟังเรื่องยากของชีวิตในยามเงินยากของคนลาวมาบ้างแล้วในระยะนี้ แต่ชีวิตในยามเงินยากของชายรักชายในลาวล่ะ? มีใครเคยฟังมั้ย?

เราขอถ่ายทอด 3 เรื่องเล่า ผ่านมิตรสหาย 3 ท่านที่เรามีโอกาสพูดคุยผูกมิตรผ่านแอพพลิเคชั่นจับคู่ของชายรักชาย จนมีโอกาสพบเจอกับบางคน เรื่องราวเหล่านี้หวังเพื่อให้เป็นกำลังใจในการต่อสู้ให้กับอีกหนึ่งช่วงชีวิตที่แสนยากของพวกเขา และเพื่อให้ทุกคนมองเห็นชีวิตอันหลากหลายต้อนรับเดือน Pride month นี้แล้วกัน แต่ขอหมายเหตุไว้ก่อนสำหรับทุกท่านว่า นี่คือความทรงจำจากเรื่องเล่า เราอาจไม่สามารถจดจำทุกถ้อยความได้ต้องตรงกับการสนทนาที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ที่เราจดจำได้ดีคือบรรยากาศที่หนักหน่วงของอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกสื่อสารผ่านผู้เล่า ที่เราขออนุญาตใช้นามสมมติและสงวนข้อมูลเชิงลึกบางส่วน

สะหวันนะเขตยามค่ำคืน

ไม่มีสวรรค์….ที่สะหวันนะเขต

ในช่วงก่อนโควิด สะหวันนะเขต เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของลาวรองจากเวียงจันทน์  คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย ผู้คนต่างหลั่งไหลเขามาทั้งลงทุนเป็นเจ้าของกิจการ ลงทุนค้าขายรถเข็น หรือกระทั่งเข้ามาเป็นแรงงาน เมืองดูจะหมุนเร็วแบบไม่มีที่สิ้นสุด พอ ๆ กับชีวิตของสุลิยะ (แน่นอนว่านามสมมติ) ที่เข้ามาจากต่างเมืองแม้ห่างออกไปเพียง 30 กว่ากิโลเมตร แต่ยังคงเป็นชนบทที่เดินทางยากลำบาก ต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับสะหวันนะเขต

สุลิยะเข้ามาทำอาชีพช่างตัดผมและเสริมสวยกับเพื่อน สร้างตัวได้เป็นคนพอมีฐานะสำหรับสังคมชายรักชายในเมืองสะหวันนะเขต (มิตรสหายชาวลาวคนหนึ่งเคยเล่าให้เราฟังว่า คนรวยเท่านั้นที่จะมีปัญญาซื้อรถยนต์ในลาว เพราะโดยมากซื้อเงินสด เรื่องนี้จะจริงหรือไม่เราก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือสุลิยะมีรถยนต์) ในแวดวงทำผมและเสริมสวยของลาวก็ไม่ต่างกับไทย คือแวดวงที่ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มชายรักชายเป็นหลัก ชีวิตสุลิยะและวงสังคมของเขาดื่มด่ำไปกับค่ำคืนที่ไม่มีวันหลับใหล ทั้งแสงไฟ เสียงเพลง สุรา ยาเสพติด กับกลุ่มเพื่อน ๆ และนักท่องเที่ยวที่พบเจอยามค่ำคืน จนกระทั่งโควิดมาเยือน ร้านตัดผมคือที่แรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ไม่เพียงแต่การควบคุมการเปิดปิดเท่านั้น แต่ความหวาดกลัวของผู้คนยังทำให้ร้านตัดผมซบเซาลงไปทันตาเห็น ผู้คนและร้านรวงค่อย ๆ ปิดตัวลง ตามสภาพการณ์ที่ไร้เงานักท่องเที่ยวก็ทำให้ลูกค้าของเขาหดหาย

สถานการณ์ดูจะค่อย ๆ ฟื้นตัวเมื่อลาวได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพดี (กว่าประเทศแถวนี้บางประเทศ) ยอดผู้ติดเชื้อลดลง สุลิยะและเพื่อนที่ทำร้านด้วยกันเริ่มวางแผนกลับมาเปิดร้าน แต่ก็เพียงพักหนึ่งเท่านั้น ก็ต้องมาเจอกับโรคร้ายที่รุมเร้ายิ่งกว่าโควิด คือ สภาวะเงินเฟ้อที่ค่าเงินค่อย ๆ ถูกลง ๆ จนแทบจะไร้ความหมาย เมื่อเงินไม่มีค่าก็ไร้ความหมายที่จะดึงดันทำอาชีพเดิมต่อไปเพราะมองไม่เห็นความคุ้มค่า ในภาวะที่แทบจะต้องเพิ่มราคาค่าบริการแทบจะทุกเดือนตามภาวะเงินเฟ้อ สุลิยะตัดสินใจกลับบ้านไปเฮ็ดนา เขาเล่าว่า

…เฮ็ดนามันก่ดีอยู่ มีข้าวกิน มีข้าวขาย อยู่เฮือน(บ้าน) บ่เสียค่าเช่า แต่เฮ็ดนาแล้วมันเมื่อย(เหนื่อย) มือเฮามันก่สากขึ้น มันบ่งาม ไปเฮ็ดผม ตัดผมให้ผู้ใด๋เขาจะว่ามือบ่นุ่มคือเก่า ก่บ่ค่อยอยากเฮ็ดนาดอก ย่านมือสิบ่คือเก่า…’ 

เมื่อถามว่าเขาจะกลับมาทำร้านอีกหรือไม่ เราก็ได้คำตอบที่ลำบากใจแทนว่า

‘…เจ้าผมยาว เจ้าบ่มีเงินเจ้าก่บ่ต้องตัดผม ผมมันบ่แม่นข้าว บ่ตัดก่ยู่ได้ แต่บ่กินอยู่บ่ได้ ตอนนี้ก่บ่มีจะกิน…’

แม้จะกลับไปตั้งหลักที่บ้าน แต่ความรักในแสงเสียงก็ทำให้เขายังคงวนเวียนเข้ามาในที่สะหวันฯ บ่อย ๆ แม้มันจะไม่ใช่สวรรค์สำหรับเขาและสำหรับหลาย ๆ คนอีกแล้ว

ท่าแขก: ท่าแขกมาโดนแล้ว

ไซซะนะ (นามสมมติ) อาชีพหลักคือพนักงานบริการในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองท่าแขก อาชีพเสริมคือขายบริการทางเพศซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือแขกในโรงแรม และลูกค้าขาจรชาวไทย ด้วยความที่ไซซะนะเป็นชายรักชาย เขาบอกว่ามีลูกค้าประจำอยู่ เพราะเขาคิดว่าเขาบริการได้ดีและจริงใจกว่าชายแท้ที่ขายบริการ ผนวกกับเรือนร่างที่เขาตั้งใจดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ได้เน้นความดิบ ๆ บ้าน ๆ แบบผู้ชายที่มาขายบริการทั่วไป

ตั้งแต่เกิดโควิด พื้นที่ให้บริการความบันเทิงต่าง ๆ ของโรมแรมต้องหยุดชั่วคราว เขาถูกลดกะในการทำงานลงซึ่งไม่ได้หมายถึงรายได้ที่ลดลงจากงานประจำเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงแขกที่เป็นลูกค้าบริการทางเพศของเขาด้วย

เช่นเดียวกับสุลิยะ มีช่วงหนึ่งเขากลับบ้านที่ต่างแขวงไปทำนา เพราะรายได้ที่มีได้คุ้มกับค่าครองชีพ แต่ท้ายที่สุดเขาก็กลับมาทำงานเดิมเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เขาบอกว่าอยู่บ้านไปก็ไม่มีประโยชน์ ที่บ้านมีกำลังคนทำนามากพออยู่แล้ว และตนเองก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมาก

ตอนเขากลับมาทำงานเหมือนท้องฟ้าจะสดใสเพราะมีข่าวว่าด่านจะเปิดเร็ว ๆ นี้ ไซซะนะรู้สึกว่าคงจะกลับไปหารายได้พอ ๆ กับเมื่อครั้งยังไม่มีโควิด แต่การณ์กลับกัน เมื่อค่าเงินกีบเฟ้อแต่เงินเดือนเขากลับไม่ได้เพิ่มขึ้น แถมค่าน้ำมันยังแพงขึ้นและขาดตลาด เขาเล่าว่าด้วยภาวะเงินเฟ้อเท่ากับว่าจนถึงตอนนี้ เงินเดือนเขาเมื่อเทียบกับเงินบาทลดลงไปถึงสามพันบาท เขาเล่าว่าตอนนี้อยากหาเงินสักก้อนแล้วออกไปจากประเทศ ไปขายบริการในไทย ยิ่งเมื่อคิดไปถึงอนาคตว่าค่าเงินกีบคงไปเฟ้อไปไม่หยุด ไปอยู่ไทยรายได้ดีกว่าอยู่ที่ลาวแน่นอน เขาแสดงทรรศนะอย่างฉะฉานต่อการบริหารงานของรัฐบาล ด้วยการเปรียบเทียบกับรัฐบาลไทยว่า ถ้ามีอะไรที่ลาวกับไทยเหมือนกัน ก็คงเป็นความไม่ได้เรื่องและฉ้อฉลของรัฐบาลทั้งสองนี่เอง

กระนั้นการเดินทางมาไทยก็ไม่ได้ง่าย เพราะเขาต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาอีกมาก ทั้งตามระบบบนโต๊ะและที่ไม่ได้อยู่บนโต๊ะ ไทยแลนด์พาสยังดูเป็นเครื่องมือทำมาหากินของเอเยนต์ในฝั่งลาวที่ได้ค่าคอมมิชชั่น ค่าน้ำร้อนน้ำชา ค่าความไม่รู้ของคนที่ไม่ประสีประสาอยากข้ามมามีชีวิตที่ดีกว่า

‘…อย่างน้อยก็ห้าพันบาท…’ เขากล้าวถึงค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินการข้ามแดนรวมค่าพาสปอร์ตทุกอย่างสำหรับงานขายบริการทีาเขาคิดจะข้ามมาทำ

‘…มีหมู่ข้อยอีกหลายเด้อ ที่คิดจะไปนำกัน (ไปด้วยกัน) หล่อ ๆ ดูดีกว่าข้อยอีก…’ เขายั่วเย้าเราให้เกิดความตื่นเต้นเล่น ๆ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า ‘…แต่ตอนนี้ ยังบ่มีเงิน ท่า (รอ) ก่อนเด้อ…’

เมื่อเราถามว่า แล้วมีแขกมาซื้อบริการบ้างไหมช่วงนี้ คำตอบของเขาช่างพ้องเสียงกับชื่อเมืองเสียจริง

…บ่มีดอก ท่าแขก (รอแขก) อยู่ เจ้าสิมาบ่ล่ะ…’

ซื้อกินข้ามแดน … ณ แคมโขง

สมบุน (นามสมมติ) เจ้าของเรือนพัก (โรมแรม) แห่งหนึ่ง พ่อของลูกสาวและสามีที่น่ารักของภรรยา เราไม่แน่ใจว่ามีใครรับรู้เพศสภาพของเขาหรือไม่ แต่เขาเปิดเผยตัวกับเราโดยไม่เคอะเขิน เรือนพักของเขาเป็นเรือนพักไม่กี่แห่งในชุมชนเล็ก ๆ ที่ส่วนใหญ่มีไว้ต้อนรับขับสู้นักท่องเที่ยวฝรั่งที่ชอบแนวธรรมชาติและการผจญภัย ในช่วงก่อนโควิดชุมชนแห่งนี้กำลังขยายตัวจากการท่องเที่ยวแต่ท้ายสุดก็ต้องหยุดชะงักลง เรือนพักหลายแห่งสร้างค้างไว้ บางแห่งสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้เปิด ‘…สัมปทานหมด…’ เขากล่าวสั้น ๆ ซึ่งหมายถึงการต่อใบอนุญาตทำที่พักกับรัฐบาลหมดและผู้ประกอบการเหล่านั้นคงยังไม่คิดว่าจะคุ้มทุนพอจะเปิดกิจการในจังหวะนี้

‘…ก็พอมีลูกค้า ลูกค้าฝรั่ง ขายเบียร์ให้ฝรั่งก็อยู่ได้ ต้นทุนมันถูกมาก ค่าที่พักนี่ไม่ได้กำไรอะไร ยิ่งช่วงนี้เงินมันถูก…’

เขาเล่าด้วยสำเนียงไทยกลาง ร้านอาหารในเรือนพักของเขาไม่เปิดขายอาหารแล้ว เพราะต้นทุนสูงแถมยังต้องตุนวัตถุดิบไว้ก่อน เลยเน้นขายแต่เบียร์ให้ผู้เข้าพัก

เขาเล่าว่าช่วงเงินเฟ้อนี้มีคนไทยหลายคนเข้ามาเป็นลูกค้าประจำ

‘…มาซื้อเด็กน้อย (เด็กผู้ชาย) ในหมู่บ้านไปนอนด้วย…แต่ไม่นอนที่นี่นะ น่าจะไปเปิดห้องที่หมู่บ้านอื่น หรือไปตามทุ่งนา หรือไปเอากันในรถ ไม่รู้เหมือนกัน เอาที่นี่ไม่ได้เรารู้จักหมด เราก็เอาเด็กไม่ได้เหมือนกัน…’

เขายังเล่าต่ออีกว่าเดี๋ยวนี้คนไทยที่เข้ามาที่นี่ส่วนใหญ่ดูออกหมดว่ามาซื้อบริการเด็กผู้ชาย โดยขับรถมาเองทุกสุดสัปดาห์ และมีเด็กประจำแนะนำเด็กคนอื่น ๆ มาให้ต่อ ขณะเดียวกันคนไทยที่มาซื้อบริการก็แนะนำเพื่อนมาต่อ

‘…ไม่รู้ว่ามีนายหน้าไหม แต่เขาก็มีความสุขทุกฝ่าย คนซื้อก็สนุก คนขายก็ได้เงิน เงินไทยมันราคาดีกว่า…’

เด็กลาวส่วนใหญ่เมื่อเรียนจบชั้นบังคับแล้ว ก็ทำนาทำสวน ปลูกยาสูบ หาของป่า จะไปหางานที่ไทยก็ลำบาก เมื่อมีช่องทางสะดวกแบบนี้แล้วจึงกลายเป็นวิธีหนึ่งในการหาเงินของเด็ก ๆ ‘…พ่อแม่ก็คงรู้ แต่ก็ได้เงิน ก็บอกแล้วทุกคนได้…”

เมื่อถามว่าพอจะรู้ราคาค่าตัวที่ซื้อบริการหรือไม่ เขาตอบว่า

‘…เงินพันนึงก็ซื้อได้สองคนสามคนเลยนะ อยากจะลองไหม ไปเดิน ๆ ดูสิในหมู่บ้าน พอเห็นคนไทยเด็กมันรู้กันเอง…’

ทิ้งท้ายที่ปลายขัว

ก่อนข้ามถึงปลายสะพานด่านไทย – ลาว เมื่อมองย้อนกลับไปอีกฝั่ง เรารู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ของเรามันโลดโผน โลดแล่นไปบนสนามของอารมณ์ความรู้สึกจากผู้คนที่หลากหลาย มันช่างพร่างพรู หลั่งไหล ว่องไวกว่ารถไฟความเร็วสูงเสียอีก เมื่อโควิดสงบลงแต่ชีวิตยังไม่สงบจากภาวะผีซ้ำด้ำพลอยเช่นนี้ เราก็ได้แต่ให้กำลังใจพวกเขาว่าสู้ ๆ เขาเก่งกว่าเรา และเจออะไรที่หนักหนากว่าเรา แต่สิ่งที่เรารู้สึกเหมือนกันคือ ทุกคนล้วนต้องการก้าวข้ามผ่านไปสู่ชีวิตที่ดี อยากข้ามพ้นทุกความบอบช้ำอันเกิดจากความเห็นแก่ตัวของรัฐบาลไปหาความหวังใหม่ ๆ ณ ปลายขัว (สะพาน) อีกฝั่ง … แต่สะพานนั้นจะใช่สะพานมิตรภาพที่เราข้ามหรือไม่?


ผู้เขียน : โกวินเต เป็นลูกผสมไทใหญ่ ไทเขิน ไทลื้อ ไทยวน ปะปนกัน เป็นคนเชียงใหม่ (โดยทะเบียนเกิด) ถูกที่บ้านพาไปดูวัดดูบ้านเก่าแก่มาแต่ละอ่อน เลยกลายเป็นคนสนใจเรื่อง(ชาว)บ้านเมืองนับแต่นั้นมา

Leave a Comment

Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial